<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Korn4D Agile Blog</title>
	<atom:link href="http://korn4d.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://korn4d.wordpress.com</link>
	<description>for agile being                                 </description>
	<lastBuildDate>Sat, 28 Jan 2012 01:51:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='korn4d.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Korn4D Agile Blog</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://korn4d.wordpress.com/osd.xml" title="Korn4D Agile Blog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://korn4d.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>Not a project manager, not yet a scrummaster</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/28/not-a-project-manager-not-yet-a-scrummaster/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/28/not-a-project-manager-not-yet-a-scrummaster/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Jan 2012 01:51:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Practice]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://korn4d.wordpress.com/?p=611</guid>
		<description><![CDATA[เป็นประโยคที่ผมบอกพี่ชายคนหนึ่งไปวันนี้ ไม่แน่ใจว่าทำไมตัวเองถึงพูดออกไปแบบนี้ เลยลองพยายามหาคำตอบดู สกรัมมาสเตอร์นั้นมีหน้าที่คือ ►Ensures that the team is fully functional and productive &#8211; ทำให้มั่นใจว่าทีมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ►Enables close cooperation across all roles and functions and removes barriers &#8211; ทำให้เกิดการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกลุ่มต่างๆ ข้ามบทบาทและหน้าที่ และขจัดปัดเป่าอุปสรรคต่างๆ ►Shields the team from external interferences &#8211; ปกป้องทีมจากการแทรกแซงจากภายนอก ►Ensures that the process is followed. Invites to daily scrum, iteration review and planning meetings &#8211; ทำให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายทำตามกระบวนการอย่างเคร่งครัด, [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=611&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/28/not-a-project-manager-not-yet-a-scrummaster/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทำเพื่อ ไม่ใช่ทำเผื่อ อนาคต</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Jan 2012 17:03:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Medicine]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://korn4d.wordpress.com/?p=608</guid>
		<description><![CDATA[วันก่อนมีโพสหนึ่งใน agile66 ว่า Nuttanart Pornprasitsakul มีคำถามครับ ผมรู้สึกขัดแย้งในความคิดตัวเองนิดหน่อย คือ Agile ต้องคอยบอกคนอื่นว่าอย่าคิด &#8220;เผื่ออนาคต&#8221; เยอะ (เวลาเค้าจะทำ Big up front design) เพราะสิ่งที่คิดเยอะนั้นมันมีโอกาสผิดสูง แต่ - เวลาเราเขียน test ทำ TDD เราบอกว่า ยอมเขียน production code ช้าวันนี้ &#8220;เพื่ออนาคต&#8221; - เราทำ cross functional ทีมวันนี้ ทำให้งานเดินไปช้าลง &#8220;เพื่ออนาคต&#8221; จะได้มีคนช่วยงานกันได้มากขึ้น - ฯลฯ มันดูขัดแย้งกันมั้ยครับ พี่ๆ คิดยังไงครับ มาฟังคำตอบจากผู้รู้กันก่อนครับ Twin Roofimon Panichsombat มันเป็น อนาคต คนละมุมมองหรือป่าวครับ &#8220;เผื่อ&#8221; กับ &#8220;เพื่อ&#8221; นี่ไม่เหมือนกันนะ Panupong [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=608&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เก็บตกจากเสวนา @tarad.com</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/17/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-tarad-com/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/17/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-tarad-com/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 16:12:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://korn4d.wordpress.com/?p=604</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับที่ได้ให้โอกาสผมไปร่วมเสวนาในครั้งนี้ ไปครั้งนี้ได้ความรู้ใหม่ๆเยอะ เลยของขึ้นต้องมาขอระบายที่นี่ ไม่พูดมากเริ่มกันเลยดีกว่า อไจล์ต้องการเฉพาะคนเก่งๆ มาร่วมทีม เรื่องนี้ดูจะเป็นสิ่งที่หลายคนพอเริ่มศึกษาก็จะพลอยคิดไปอย่างนั้น เพราะสามัญสำนึก(common sense) ของเราคือคนเก่งควบคุมดูแล คนไม่เก่ง พอจะได้ดูแลกันเองก็แปลว่าต้องมีแต่คนเก่ง อันนี้ไม่จริงเลย อไจล์ไม่เคยต้องการคนเก่ง แต่ต้องการคนดีต่างหาก พอพูดว่าดีก็ฟังดูเลื่อนลอย เอาเป็นที่เข้าใจง่ายดีกว่า คือคนที่มีเป้าหมายร่วมกันกับทีมจึงจะเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ถ้าคนที่ต้องการเป้นหัวหน้าแล้วไม่ต้องทำงานย่อมขัดกับเป้าหมายของทีมที่ทำงานให้มีคุณภาพเพื่อส่วนรวม มันก็ไปกันไม่ได้ แม้ว่าเค้าจะเก่งแค่ไหนก็ตาม หรือบางคนต้องการทำงานคนเดียวไม่สุงสิงกับใคร แต่เป้าหมายของทีมคือทำงานร่วมกันแบบมีปฏิสัมพันธ์ (interaction) เยอะๆ มัีนก็ไปกันไม่ได้ สรุปอไจล์ต้องการทีมเวิร์คมากกว่าแบบโชว์เดี่ยวโดยไม่สนใจว่าจะเก่งมากน้อย ตามภาษาฝรั่งว่า synergy คือหนึ่งบวกหนึ่งแล้วได้มากกว่าสอง ถ้าคนธรรมดาสองคนทำงานร่วมกันมันต้องชนะคนเก่งคนเดียวอยู่แล้่ว หรือถ้าไม่ลองสามสิน่าจะได้ การแบ่งงานทำได้ยาก อันนี้จริงเสียยิ่งกว่าจริง เพราะเราคุ้นเคยกับการแบ่งงานแบบตามฟังค์ชันเพื่อแจกงานให้ functional team คือ อันนี้ dev ทำ QA ทำ หรือ DBA ทำ พอมาเป็น cross functional team มันต้องแบ่งตาม requirements มันเลยลำบากต้องกลับสมองคิด ต้องทำให้มันทำงานได้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=604&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/17/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-tarad-com/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กินโต๊ะจีนกับอไจล์</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/10/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%88%e0%b8%a5%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/10/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%88%e0%b8%a5%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jan 2012 07:23:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://korn4d.wordpress.com/?p=601</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากไปฟังสกรัมจากอาจารย์บาสมาเมื่ออาทิตย์ก่อน ก็รู้สึกของขึ้นไม่หยุด เลยคิดตามสไตล์ตัวเองที่ไม่ว่าอะไรก็ต้องเปรียบกับอีกอย่าง ให้เข้าใจง่าย (บางคนก็บอกเข้าใจยากกว่าเดิม) ถ้ามีคนถามว่าสกรัมเหมือนอะไร ผมจะตอบว่าเหมือน กินโต๊ะจีน หลายคนคงเริ่มสงสัยแล้วว่า เอ้ย มันไปเกี่ยวกันยังไง ลองมาดูกันนะ งานเลี้ยงโต๊ะจีนเริ่มจาก เจ้าภาพ (product owner) มีความประสงค์ที่จะจัดงานจึงเชิญแขกมาร่วม ภายในงานจะจัดเป็นโต๊ะกลม (team) โต๊ะละ 8 คน โดยตลอดงานจะไม่มีการย้ายโต๊ะ (fixed team member) ก่อนเริ่มงานเจ้าภาพจะเตรียม เมนูอาหารว่าจะเซิร์ฟอะไรบ้าง (product backlog) เรียงลำดับก่อนหลังไว้ (prioritized) การเสิร์ฟก็จะเสิร์ฟเป็นรอบๆ (sprint) แต่ละรอบจะใช้เวลาเป็นตัวกำหนดโดยไม่คอยแขกกินหมดก่อน (time boxed) การกิน จะไม่มีคนมากำหนดว่าใครจะต้องกินอะไรเท่าไร แต่เจ้าตัวจะเป็นคนตัดสินเองว่าตนเองจะกินได้เท่าไร (self managing team) เมื่อแต่ละจานผ่านไปคนในโต๊ะจะมีโอกาสพูดคุยกัน โน่นอร่อยนี่ไม่ดี หรือบางเรื่องไม่เกี่ยวกับอาหารก็มี (agile retrospective) เจ้าภาพจะคอยเดินมาดูว่าอาหารพอหรือไม่ รวมถึงถามสารทุกข์สุขดิบของแขกแต่ละโต๊ะ (sprint review) พอเสร็จงานเจ้าภาพก็มีหน้าที่ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายของงานนั้น (cost management) [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=601&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2012/01/10/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%88%e0%b8%a5%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ว่าด้วยเรื่องของ Change</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2011/07/12/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-change/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2011/07/12/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-change/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2011 04:19:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Practice]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://korn4d.wordpress.com/?p=591</guid>
		<description><![CDATA[วันก่อนได้อ่านบทความหนึ่งของทาง chapterpiece.com ที่พูดเกี่ยวกับเรื่อง change แล้วเกิดความรู้สึกว่า ต้องเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในมุมอไจล์ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจมุมมองแบบอไจล์มากขึ้น ออกตัวไว้ก่อนว่า อาจจะขัดกับแนวคิดของผู้เขียนแบบตรงๆ ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ ส่วนตัวไม่ได้ขัดแย้งอะไรครับ จุดใหญ่ใจความที่ทำให้ผมสะดุดคือมุมมองที่ว่า change เป็นปัญหา ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ ลองมาดูโดยเริ่มจาก Agile Manifesto กันก่อน Responding to change over following a plan การตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้ใช้ สำคัญกว่า การทำตามแผนที่วางไว้ คำว่าตอบสนองนั้นมันค่อนข้างคลุมเครือ แต่ถ้าเราเริ่มจากมุมมองที่ว่ามันเป็นปัญหา ธรรมชาติของเราเมื่อมีปัญหามันก็ต้องหาทางแก้ แล้วก็ไม่พ้นที่จะทำสองเรื่องคือ ป้องกันและควบคุม (prevention and control) เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า Change Control Process และ Change Management แล้วก็ไปจบที่ Waterfall ซึ่งเราปฏิเสธเพราะรู้ดีถึงความไม่สมบูรณ์ของมัน ถ้าอย่างนั้นมุมมองต่อ Change แบบอไจล์ล่ะเป็นอย่างไร ต้องมาดูต่อว่า Agile Principles พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร Welcome [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=591&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2011/07/12/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-change/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Principles behind the Agile Manifesto</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2011/07/11/principles-behind-the-agile-manifesto/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2011/07/11/principles-behind-the-agile-manifesto/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Jul 2011 18:17:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://korn4d.wordpress.com/2011/07/11/principles-behind-the-agile-manifesto/</guid>
		<description><![CDATA[ผมถูกขอให้แปลก็เลยลองดู พอไปโพสในกรุ๊ปปรากฏว่ามันได้ไม่เต็มเลยต้องขอมาโพสที่นี่ ติชมอย่างไรเชิญเต็มที่ครับ Principles behind the Agile Manifesto หลักการที่อยู่เบื้องหลังพันธะสัญญาแห่งอไจล์ We follow these principles: พวกเราจะทำตามหลักการดังต่อไปนี้ Our highest priority is to satisfy the customer through early and continuous delivery of valuable software. สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราคือการทำให้ลูกค้าพึงพอใจด้วยการส่งมอบซอฟแวร์อันมีคุณค่า(ต่อลูกค้า)อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง Welcome changing requirements, even late in development. Agile processes harness change for the customer&#8217;s competitive advantage. ยอมรับการเปลื่ยนแปลงความต้องการของลูกค้าแม้ในช่วงท้ายของการพัฒนา (เพราะ) การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการอไจล์นั้นเป็นไปเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันของลูกค้า Deliver working software frequently, from [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=586&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2011/07/11/principles-behind-the-agile-manifesto/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Agile สม่ำเสมอ คนไม่</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2011/07/10/agile-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2011/07/10/agile-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Jul 2011 05:21:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://korn4d.wordpress.com/2011/07/10/agile-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/</guid>
		<description><![CDATA[พี่ โค้ดดิ้งไม่ใช่เครื่องปั๊มนมกระป๋องนะครับ มันจะได้เท่ากันตลอด นี่เป็นเสียงจากน้องคนหนึ่งในทีม มันทำให้ผมต้องกลับมานั่งคิดหลายตลบเกี่ยวกับทฤษฎีอไจล์ ว่าตกลงมันสม่ำเสมอหรือไม่ ตามหลักการแล้วอไจล์มีแนวความคิดมาจากหลักการเอาช้าชนะเร็วแบบเต่าชนะกระต่ายด้วยความสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นมันต้องสม่ำเสมออย่างแน่นอน แต่ก็อีกนั่นแหละ ที่waterfall ไม่ถูกต้องก็เป็นเพราะแนวความคิดที่ว่าคนเป็น resource และสามารถคาดการได้เหมือนกับเครื่องจักร ตามธรรมชาติแล้วประสิทธิภาพของคนนั้นจะเป้นรูปตัวเอสกลับข้าง คือช่วงแรกจะเป็นไปได้ช้าและเมื่อถึงจุดหนึ่งจะเป็นไปได้เร็วจนถึงระดับหนึ่งจะไม่สามารถไปต่อได้และกลับมาช้าอีกครั้ง ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราอ่านหนังสือช่วงแรกก็จะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องไปได้ช้าๆ พอจับจุดได้ก็จะเร็วแต่พอไปถึงระดับหนึ่งก็จะดูเหมือนว่าไปต่อไม่ไหวแล้วนอนดีกว่า เคยบอกไว้ว่าอไจล์นั้นคือการปรับเอาเรื่องจรืงในธรรมชาติมาใช้เป็นโปรเซส ถ้าอย่างนั้นมันก็ดูจะขัดกันเต็มๆไม่ใช่หรือ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะว่ามันเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด ลองมาคิดตามกันดูนะ เอสเคิร์ฟของคนเรานั้นมันไม่ได้มีอันเดียว มันเริ่มช้าแล้วก็เร็วแล้วก็กลับไปช้าวนเวียนกันไป ถ้าลองคิดตามมันก็เหมือนกับกราฟ sine ที่ตั้งทแยงอยู่ แล้วถเาเราสามารถพัฒนาตัวเองให้ใช้เวลาช่วงเริ่มต้นที่ช้าให้น้อยรวมถึงช่วงที่ช้าเพราะต้องพักในช่วงท้ายให้สั้นด้วยแล้ว มันก็จะทำให้กราฟใกล้เคียงกับกราฟเส้นตรงที่สม่ำเสมอมากขึ้น จากนั้นถ้าเราเอากราฟนี้หลายอันมาซ้อนทับกันโดยให้เหลื่อมกันเล็กน้อย เราก็จะได้กราฟเส้นตรงที่มีความหนาประมาณหนึ่งนั่นเอง สรุปก็คือมนุษย์นั้นไม่สม่ำเสมอและไม่มีทางทำให้้เป็นได้ แต่ประสิทธิภาพสูงสุดคือความสม่ำเสมอ ฉะนั้นการจะไปสู่จุดนั้นได้เราจะต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อชดเชยซึ่งกันและกันเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=585&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2011/07/10/agile-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Agile จากห่านป่า</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2011/05/17/agile-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2011/05/17/agile-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 May 2011 07:58:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://korn4d.wordpress.com/2011/05/17/agile-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[อ่านชักธงรบวันนี้(จริงๆเป็นของเมื่อวาน) เขาเขียนเรื่องของฝูงห่านป่า อ่านแล้วก็ อ๊ะ! นี่มันอไจล์นี่นา ลองมาฟังกันดู ฝูงห่านป่านั้นจะมีการอพยพปีละสองครั้งเป็นระยะทางไกล อพยพลงใต้ก่อนฤดูหนาวและขึ้นเหนือในฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากเป็นระยะทางไกลการบินไปเดี่ยวๆนั้นไม่สามารถทำได้ ห่านป่าจึงต้องอพยพกันเป็นฝูง นอกจากนี้เพิ่อให้มีประสิทธิภาพดีพวกมันจึงจัดรูปแบบการบินเป็นรูปตัววี แล้วคอยผลัดกันขึ้นนำต้านลมข้างหน้า การทำอย่างนี้ทำให้บินเร็วขึ้นถึง 12% และบินได้ไกลขึ้นถึง 71% พูดง่ายๆ คือทั้งเร็วขึ้นแล้วก็อึดขึ้นด้วย หลักการนี้นั้นเหมือนกับแนวคิดแบบอไจล์เป็นอย่างมาก คือในทีมแบบอไจล์นั้นเราจะไม่มีการกำหนดแน่นอนว่าใครเป็นหัวหน้าใครเป็นลูกน้อง แต่ใช้หลักการในการโน้มน้าว แนวคิดหรือเหตุผลของใครดีกว่าก็เอาตามนั้นโดยไม่ต้องมาคอยคิดว่าก็นี่หัวหน้าสั่งเลยต้องทำตามทั้งๆที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งการโน้มน้าวนั้นจะไม่ใช้การโหวตเสียงข้างมากเพราะจะทำเกิดเหตุการณ์ประเภท พวกมากลากไป แต่จะใช้วิธีการแบบ Nemawashi คือจะทำอะไรต้องได้มติเอกฉันท์ร่วมกัน การทำอย่างนี้เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน เพราะโลกนี้ไม้มีใครถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ตลอดเวลาการเอาหน้าที่ตัดสินใจไปให้ใครคนใดคนหนึ่งนั้นเป็นภาระมากเกินไป นอกจากนี้ในฝูงห่านป่าเวลามันอพยพนั้นพวกมันจะคอยส่งเสียงให้กำลังใจกัน เหมือนกับทีมแบบอไจล์ที่การให้กำลังใจกันก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเวลา planning ซึ่งต้องมีการ brainstorm หลายครั้งการเสนอความคิดแรกๆ อาจจะดูไม่เข้าท่า แต่เมื่อช่วยกันคิดเสนอความเห็นมันอาจจะออกมาดีก็ได้ ไม่ควรตัดโอกาสด้วยคำพูดเช่น &#8220;ไม่ถูก&#8221; หรือ &#8220;ใช้ไม่ได้&#8221; จะเป็นการปิดโอกาสของความคิดดีๆที่จะเกิดตามมา นี่แหละคือการสร้างผลผลิตแบบ 1+1 &#62; 2 จริงๆ Reference http://www.thairath.co.th/column/pol/chuckthong/171573<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=584&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2011/05/17/agile-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Agile ไม่เร็วส์</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2011/05/15/agile-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2011/05/15/agile-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 May 2011 03:18:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://korn4d.wordpress.com/2011/05/15/agile-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[พอเริ่มต้นพูดเรื่องของอไจล์ หลายคนจะถามทันทีว่าถ้าใช้อไจล์แล้วงานจะเสร็จเร็วขึ้นเท่าไหร่ เลยอยากจะพูดเรื่องนี้อีกครั้งว่า อไจล์ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะทำให้เราโค้ดได้เร็วขึ้นหรอกนะ ความสามารถของเรามีเท่าไหร่ก็มีเท่านั้นนั่น แหละ ถ้าอย่างนั้นหลายคนคงถามต่อว่า ถ้าไม่เร็วขึ้นแล้วจะใช้อไจ์ไปทำไม ก็ต้องตอบว่าเพราะมันทำให้เราทำงานสำเร็จเร็วขึ้น โอ๊ะ เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าไม่เร็วคราวนี้มาบอกว่าเร็วอีกละ คนเขียนเป็นอัลไซเมอร์ป่ะเนี่ย งานนี้ต้องบอกว่าไม่ได้เป็น และก็งานเสร็จกะสำเร็จนี่ไม่เหมือนกันนะ ลองคิดถึงโปรเจ็คหลังสุดที่พวกเราทำสิ พอทำเสร็จปุ๊บส่งลูกค้า ลูกค้าดูแล้วว่าอย่างไร โน่นก็ยังไม่ใช่ นี่ก็ยังไม่ถูก ขอเพิ่มนู่นเพิ่มนี่ งานเราเสร็จแต่ยังไม่สำเร็จเพราะลูกค้ายังไม่รับเก็บตังยังไม่ได้ นี่แหละคือความแตกต่าง ลองคิดว่าถ้าเรารู้แต่เนิ่นๆว่าจุดไหนที่ลูกค้าไม่ชอบแล้วแก้ก่อน หรือจุดไหนที่เข้าใจไม่ตรงกันก็ปรับซะ จริงๆการพัฒนาแบบดั้งเดิมก็พยายามทำอยู่ด้วยการให้มีการ sign-off design แต่กลับไม่ช่วย เพราะไม่มีใครสามารถจินตนาการได้หรอก จาก design จะออกมาเป็นของจริงอย่างไร แม้แต่กับตัวดีไซเนอร์เองก็เถอะ หรือไม่จริง บางอย่างเราก็ไม่รู้จนกว่าจะลงมือทำจริงชะมะ อไจล์เน้นนักหนาว่าต้องให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมตลอดการทำงานเพื่อให้เขาสามารถให้ฟีดแบคว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดไม่ถูกก่อนที่เราจะใช้เวลาทำอะไรที่ผิดไปมากเกิน พอเราทำผิดน้อยโปรเจ็คก็สำเร็จเร็วขึ้น ลองคิดดูในกีฬาก็ได้ อย่างเทนนิสนี่คนเป็นแชมป์ไม่ใช่คนที่ตีแรงสุดหรือวิ่งเร็วสุดนะ คนชนะคือคนที่ทำผิดพลาดน้อยสุดต่างหาก หรือคิดถึงฟุตบอลก็ได้ ยิงเยอะไม่ได้แชมป์นะยิงเข้าต่างหาก อไจล์ก็ย้ำแบบนี้เหมือนกัน อย่าไปเสียแรงโค้ดเยอะๆ แต่โค้ดให้โดนใจลูกค้าก็พอ ทำงานน้อยที่สุดแต่ถูกใจลูกค้ามากที่สุด ออกแรงน้อย ความสูญเปล่าน้อย งานมันก็เสร็จเร็วขึ้นเพราะไม่ต้องไปตามแก้ที่ทำผิดไง เพื่อนๆ คิดอย่างไรกันบ้างล่ะ<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=583&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2011/05/15/agile-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>How to practice English (in Agile style)</title>
		<link>http://korn4d.wordpress.com/2011/05/14/how-to-practice-english-in-agile-style/</link>
		<comments>http://korn4d.wordpress.com/2011/05/14/how-to-practice-english-in-agile-style/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 May 2011 05:56:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Korn4D</dc:creator>
				<category><![CDATA[Agile Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://korn4d.wordpress.com/?p=579</guid>
		<description><![CDATA[วันก่อนอ่าน tweet ของ @tumit ว่า ภาษาอังกฤษเป็นกำแพงสำหรับเขาแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่ามันก็เคยเป็นสำหรับเราเหมือนกัน ก็เลยอยากมาแชร์ว่า ถ้าเป็นแบบอไจล์จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร พอคิดอย่างนั้นแล้วมาเริ่มกันเลย ก็อย่างว่าอไจล์บอกว่าถ้าตัดสินใจได้แล้วก็จง ทำทันที นี่นา พอคิดได้อย่างนั้นแล้วก็ต้องมาดูว่าจะเอาหลักการอะไรของอไจล์มาใช้ดี เพราะอไจล์มีหลักการเต็มไปหมด อันแรกที่คิดว่ากำลังดังที่สุดก็ต้องเป็น TDD ล่ะนะ TDD หรือ Test Driven Development บอกว่าในการทำอะไรก็ตามให้เริ่มจากเป้าก่อน (ที่ผมมักบอกว่ามันเป็นการเดินถอยหลัง) ตามลำดับแบบนี้ 1. สร้าง test case 2. Run test case ขึ้น fail 3. สร้าง code น้อยที่สุดที่ทำให้ test ผ่าน 4. Refactor code ให้ simple 5. กลับไปเริ่ม 1 ใหม่ ถ้าดูเผินๆ มันก็เป็นวิธีเขียนโค้ดธรรมดานี่นา แล้วจะเอามันมาใช้ในการฝึกภาษาได้ไง หลายคนคงจะเริ่มงงกันละ ลองมาดูลึกๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=korn4d.wordpress.com&amp;blog=7137174&amp;post=579&amp;subd=korn4d&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://korn4d.wordpress.com/2011/05/14/how-to-practice-english-in-agile-style/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e97dec19df9a2ec5dae751a90e4a169?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">korn4d</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
