Microsoft Bluetooth Mobile Keyboard 5000

March 24, 2012 Leave a comment

หลังจากที่ช่วงที่ผ่านรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถในการบล็อกลดลง หลังจากดูซักพักก็มั่นใจว่ามันเป็นเพราะเจ้า iPhone นั่นเอง เอาล่ะสิ จะเลิกใช้มันก็คงเป็นไปไม่ได้ จะเลิกบล็อกก็คงไม่เข้าที เลยคิดหาทางอยู่ซักพัก ลองบล็อกจากไอโฟนก็ลำบากลำบนเหลือกำลัง เพราะ คีบอร์ดที่ไม่ได้ช่วยให้พิมพ์อะไรจริงจังได้เลย ในที่สุดเลยมาจบที่ คงต้องหาคีบอร์ดบลูทูธมาใช้กับมัน เมื่อวานได้ไปงานคอมมาร์ท เห็นเจ้าตัวนี้ เช๊คกับคนขายก็ว่าใช้ได้ ราคาถูกว่าของแอ๊บเปิ้ล แถมยังใช้กับพีซีได้ด้วย เลย จัดการสอยมาซะเลย

Read more…

Categories: Agile Tools

จุดตาย ของการพยายามรวม Agile และ CMMi

February 9, 2012 Leave a comment

เห็นเริ่มมีการพูดคุยเกี่ยวกับ CMMi และ Agile กันอยู่ใน fb เลยอยากจะชี้ให้เห็นว่าทำไมมันไม่มีทางที่จะรวมกันได้ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ที่บอกอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า เป็นไปไม่ได้ที่บริษัทที่ทำอไจล์แล้วจะไม่สามารถสอบผ่าน ได้ cert ของ CMMi แต่จะบอกว่าอุปสรรคที่ต้องเจอคืออะไร

มาเริ่มจากดูกันก่อนว่า แนวคิดของ CMMi นั้นเป็นอย่างไร โดยดูจากนิยามของมัน

CMMI® (Capability Maturity Model® Integration) models are collections of best practices that help organizations to improve their processes.

Read more…

Categories: Agile Life

ScrumBut อันตราย

February 3, 2012 Leave a comment

สารภาพว่าที่ต้องเขียนโพสนี้เพราะไปอ่านบล็อกอันหนึ่งที่มีเพื่อนมาโพสไว้ใน agile66 เป็นเหตุบังเอิญอีกเพราะโพสล่าสุดในบล็อกนั้นดันมีเนื้อหาเกี่ยวกับ Agile Manager และยังย้ำด้วยว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่มีอยู่ในตำรา เนื้อหานั้นเน้นที่ข้อปฏิบัติของคนที่จะดำรงตำแหน่งนี้จะต้องทำเพื่อสร้างให้เกิด อไจล์ ขึ้นในองค์กร ซึ่งข้อควรปฏิบัตินั้นมี 16 ข้อ (มีข้ออื่นๆ ที่ไม่ได้นำมาลงไว้ด้วย) พออ่านดูทั้งสิบหกข้อแล้ว รู้สึกเลยว่ามันคือการบิดเปลี่ยนอไจล์เพื่อให้องค์กรที่ไม่พร้อมจะเป็นอไจล์ได้ใช้อไจล์ได้บ้างในบางเรื่อง หรือที่นิยมเรียกว่า “ScrumBut”
Read more…

Categories: Agile Practice

Not a project manager, not yet a scrummaster

January 28, 2012 Leave a comment

เป็นประโยคที่ผมบอกพี่ชายคนหนึ่งไปวันนี้ ไม่แน่ใจว่าทำไมตัวเองถึงพูดออกไปแบบนี้ เลยลองพยายามหาคำตอบดู สกรัมมาสเตอร์นั้นมีหน้าที่คือ

►Ensures that the team is fully functional and productive – ทำให้มั่นใจว่าทีมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
►Enables close cooperation across all roles and functions and removes
barriers – ทำให้เกิดการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกลุ่มต่างๆ ข้ามบทบาทและหน้าที่ และขจัดปัดเป่าอุปสรรคต่างๆ
►Shields the team from external interferences – ปกป้องทีมจากการแทรกแซงจากภายนอก
►Ensures that the process is followed. Invites to daily scrum, iteration review
and planning meetings – ทำให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายทำตามกระบวนการอย่างเคร่งครัด, เชิญทุกคนทำ เดลี่-สกรัม, ไอเทอเรชันรีวิว, และ แพลนนิงมีทติ้ง
Introduction to Scrum, Ken Schwaber/Bas Vodde

ทำให้มั่นใจว่าทีมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำได้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ขึ้นกับลักษณะส่วนตัวของทั้งตัวสกรัมมากเตอร์เองและตัวทีม การที่ทีมจะทำงานได้ดีนั้นประกอบด้วยส่วนประกอบหลายประการที่ซับซ้อน การไม่ละเลยความเป็นมนุษย์ดูเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในงานนี้่ เพราะคนเราไม่ว่าจะเก่งแ่ค่ไหนก็มีเวลาขึ้นมีเวลาลง มีความชอบไม่ชอบ มีคนบางคนชอบทำงานคนเดียว บางคนต้องทำงานเป็นกลุ่ม บางคนชอบเงียบๆ บางคนชอบสนุกสนาน … พูดไปสามวันคงไม่จบ แต่ข้อสรุปมีอย่างเดียวคือ สกรัมมาสเตอร์ต้องเข้าใจคนในทีม ว่าเขาเป็นมนุษย์ไม่ใช่สิ่งของ มนุษย์มีชีวิตจิตใจ มีความชอบความเกลียด มีอารมณ์ และประสิทธิภาพการทำงานของคนก็ขึ้นกับสิ่งเหล่านี้เอามากๆ

ทำให้เกิดการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกลุ่มต่างๆ ข้ามบทบาทและหน้าที่ และขจัดปัดเป่าอุปสรรคต่างๆ
การทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนกับคน หรือทีมกับทีม เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญของสกรัมมาสเตอร์ การประสานงานกับ โปรดักท์โอนเนอร์ กับสเตกโฮลเดอร์ และการทำงานแม้จะทำงานเป็นทีม ก็ไม่สามารถอยู่เพียงทีมเดียวได้ เมื่อขยายงานใหญ่ขึ้นก็ต้องมีทีมเพิ่มขึ้น งานขนาดใหญ่มักต้องใช้หลายทีมในการทำงาน การสื่อสารระหว่างทีมที่ทำงานบน โค้ดเดียวกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ตรวจหาและกำจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นอันทำให้การติดต่อสื่อสารพุดคุยระหว่างหน้าที่ หรือทีมเกิดขึ้นไม่ได้ หรือไม่มีประสิทธิภาพ แต่สกรัมมาสเตอร์ต้องระลึกอยู่ตลอดเวลาว่า การเป็นสะพา่นนั้นไม่ใช่เป็นคนประสานงานเอง แต่เป็นคนที่ทำให้เกิดการประสานงาน กล่าวคือ เป็นคนริเริ่มอำนวยความสะดวกให้เกิดการสื่อสารพูดคุึยโดยไม่ใช่คนที่เข้าไปพูดคุยเอง มิฉะนั้น สกรัมมาสเตอร์จะกลายเป็นคอขวด และเป็นตัวปัญหาอุปสรรคเสียเอง

ปกป้องทีมจากการแทรกแซงจากภายนอก
การแทรกแซงจากภายนอกเป็นปัญหาใหญ่ของสกรัมทีม เพราะ เมื่อทีมจัดการตัวเอง จะทำให้ผู้บริหารระดับสูงที่คุ้นเคยกับการลงมาดูระดับรายละเอียด(micro-manange) เกิดความรู้สึกไม่มั่นคง(insecure) เมื่อถึงระดับหนึ่งพวกเขาจะลงมาดู ไต่ถาม สอบสวน ต่อรอง ควบคุม เหมือนที่เคยกระทำ ซึ่งเป็นการลดประสิทธิภาพทีมอย่างถึงที่สุด การช่วยเหลือ พูดคุยสื่อสาร จากสกรัมมาสเตอร์ ให้พวกเขาได้อุ่นใจ เข้าใจ และ ติดตามความคืบหน้าของโปรเจ็คจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพื่อที่ทีมจะสามารถทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมายได้

ทำให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายทำตามกระบวนการอย่างเคร่งครัด, เชิญทุกคนทำ เดลี่-สกรัม, ไอเทอเรชันรีวิว, และ แพลนนิงมีทติ้ง
งานนี้ฟังดูเหมือนง่ายแต่ความจริงนั้นไม่ง่ายเลย แรกๆ ทุกคนก็จะปฏิบัติอย่างดีเพราะ เป็นของใหม่ แต่การทำจะทำให้ทุกคนทำได้ต่อเนื่องจนเกิดเป็นความเคยชินนั้นยากมาก ต้องอาศัยระเบียบ วินัย ความพยายาม รวมทั้งศิลปการอธิบายโน้มน้าว และ การสังเกต ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร ชอบอย่างไร และที่สำคัญการตักเตือนอย่างสร้างสรรค์ เพราะระหว่างทางต้องมีคนทำผิด แต่การจะบอกให้เขาไม่รู้สึกผิดและร่วมมือแก้ไขนั้น เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างจริงจัง

สรุปแล้วดูเหมือนผมก็ยังไม่ได้คำตอบให้กับตัวเองว่าทำไมผมถึงพูดออกไปอย่างนั้น แต่มีคำหนึ่งผุดขึ้นในหัว คือคำว่า “การเมือง” คือผมคิดว่า สกรัมมาสเตอร์ที่ดีต้องเข้าในการเมือง ทั้งในทีมนอกทีม ในบริษัทและนอกบริษัท ระหว่างคน ระหว่างทีม การจัดการทรัพยากรและผลประโยชน์ นอกจากนี้ยังต้องเป็นคนที่เ้ข้าใจวัฒนธรรม ความเชื่อ ที่หลากหลาย แต่สิ่งสำคัญคือ คือไม่ “เล่น” การเมืองเสียเอง ต้องไม่เข้าไปจัดการเอง คือรู้แต่ไม่ทำ แต่อำนวยให้ทีมสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าเปรียบก็เหมือน กานดาล์ฟ พ่อมดขาวแห่งมิดเดิ้ลเอิร์ธ ที่มีพลังแต่ก็ไม่ใช้พร่ำเพรื่อ คอยแต่ผลักดันผู้อื่นให้เติบใหญ่ด้วยตัวของตัวเอง

Categories: Agile Practice

ทำเพื่อ ไม่ใช่ทำเผื่อ อนาคต

January 26, 2012 Leave a comment

วันก่อนมีโพสหนึ่งใน agile66 ว่า

Nuttanart Pornprasitsakul
มีคำถามครับ ผมรู้สึกขัดแย้งในความคิดตัวเองนิดหน่อย

คือ Agile ต้องคอยบอกคนอื่นว่าอย่าคิด “เผื่ออนาคต” เยอะ (เวลาเค้าจะทำ Big up front design) เพราะสิ่งที่คิดเยอะนั้นมันมีโอกาสผิดสูง แต่

- เวลาเราเขียน test ทำ TDD เราบอกว่า ยอมเขียน production code ช้าวันนี้ “เพื่ออนาคต”
- เราทำ cross functional ทีมวันนี้ ทำให้งานเดินไปช้าลง “เพื่ออนาคต” จะได้มีคนช่วยงานกันได้มากขึ้น
- ฯลฯ

มันดูขัดแย้งกันมั้ยครับ พี่ๆ คิดยังไงครับ

Read more…

Categories: Agile Medicine

เก็บตกจากเสวนา @tarad.com

January 17, 2012 Leave a comment

ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับที่ได้ให้โอกาสผมไปร่วมเสวนาในครั้งนี้ ไปครั้งนี้ได้ความรู้ใหม่ๆเยอะ เลยของขึ้นต้องมาขอระบายที่นี่ ไม่พูดมากเริ่มกันเลยดีกว่า

อไจล์ต้องการเฉพาะคนเก่งๆ มาร่วมทีม

เรื่องนี้ดูจะเป็นสิ่งที่หลายคนพอเริ่มศึกษาก็จะพลอยคิดไปอย่างนั้น เพราะสามัญสำนึก(common sense) ของเราคือคนเก่งควบคุมดูแล คนไม่เก่ง พอจะได้ดูแลกันเองก็แปลว่าต้องมีแต่คนเก่ง อันนี้ไม่จริงเลย อไจล์ไม่เคยต้องการคนเก่ง แต่ต้องการคนดีต่างหาก พอพูดว่าดีก็ฟังดูเลื่อนลอย เอาเป็นที่เข้าใจง่ายดีกว่า คือคนที่มีเป้าหมายร่วมกันกับทีมจึงจะเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ถ้าคนที่ต้องการเป้นหัวหน้าแล้วไม่ต้องทำงานย่อมขัดกับเป้าหมายของทีมที่ทำงานให้มีคุณภาพเพื่อส่วนรวม มันก็ไปกันไม่ได้ แม้ว่าเค้าจะเก่งแค่ไหนก็ตาม หรือบางคนต้องการทำงานคนเดียวไม่สุงสิงกับใคร แต่เป้าหมายของทีมคือทำงานร่วมกันแบบมีปฏิสัมพันธ์ (interaction) เยอะๆ มัีนก็ไปกันไม่ได้ สรุปอไจล์ต้องการทีมเวิร์คมากกว่าแบบโชว์เดี่ยวโดยไม่สนใจว่าจะเก่งมากน้อย ตามภาษาฝรั่งว่า synergy คือหนึ่งบวกหนึ่งแล้วได้มากกว่าสอง ถ้าคนธรรมดาสองคนทำงานร่วมกันมันต้องชนะคนเก่งคนเดียวอยู่แล้่ว หรือถ้าไม่ลองสามสิน่าจะได้

Read more…

Categories: Agile Life

กินโต๊ะจีนกับอไจล์

January 10, 2012 Leave a comment

หลังจากไปฟังสกรัมจากอาจารย์บาสมาเมื่ออาทิตย์ก่อน ก็รู้สึกของขึ้นไม่หยุด เลยคิดตามสไตล์ตัวเองที่ไม่ว่าอะไรก็ต้องเปรียบกับอีกอย่าง ให้เข้าใจง่าย (บางคนก็บอกเข้าใจยากกว่าเดิม)

ถ้ามีคนถามว่าสกรัมเหมือนอะไร ผมจะตอบว่าเหมือน กินโต๊ะจีน
Read more…

Categories: Agile Life
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 446 other followers